[Fic] Precious Time Ch.1 [Ryo x Shige]

posted on 18 Jan 2009 21:06 by makochin in Nishikato, PreciousTime

.

.

.



เรื่องราวเก่าๆ ประดังเข้ามาในโสตประสาท


“เพื่อนสนิท”


“เพื่อนน่าแกล้ง”


และ “เพื่อนที่รู้สึกมากกว่าเพื่อน...”






และแล้วห้องตรวจก็ปกคลุมไปด้วยความเงียบงัน หลังจากทั้งนายแพทย์และคนไข้ที่น่าจะมีความหลังร่วมกันมากกว่านั้นต่างตนต่างจ้องตาไม่กระพริบ
จนกระทั้งแน่ใจว่าคนๆนี้คือ “เรียว” และ “ชิเงะ” ที่ว่าในความทรงจำ




ทั้งคู่ก็ยังคงเงียบต่อไปเพราะไม่รู้จะพูดอะไรดี ผิดกับวิสัยยามเจอเพื่อนเก่าที่จะต้องทักทายยิ้มแย้ม สรวลเสเฮฮา และสอบถามทุกข์สุขดิบที่เผชิญมา..............






ก็เรียวเคยไป “ก่อคดี” กับชิเงอากิน่ะสิ★





ใครจะไปรู้ว่าจะกลับมาเจอกันในสภาพนี้ล่ะ......





“นายไม่ต้องก้มหน้าหรอก แล้วฉันจะมองเห็นหน้านายได้ไงตอนตรวจล่ะห๊ะ?”

“น.... นั่นสินะ”

“ฉันลองอ่านผลตรวจเบื้องต้นดูแล้วล่ะ แล้วมีอาการอะไรนอกเหนือจากนี้อีกมั้ย”

ชิเงอากิค่อยๆใช้ความคิดนึกออกมา

“ก็รู้สึกเหนื่อยๆ มึนหัวนิดหน่อยน่ะ คิดว่าพักผ่อนไม่พอมากกว่า ก็เป็นไข้อะไรตามปกติน่ะแหละ”

“อ๊ะ... ช่วงสองสามปีที่ผ่านมานี่ก็ปวดตัว ปวดข้อบ้าง”

เรียวจดตามคำบอกเล่าของชิเงอากิ “เป็นร้อนในหรือมีแผลในปากบ้างมั้ย”

“ก็มีนะ”

“งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวขอตรวจคอนิดหน่อยนะ”

นายแพทย์นิชิคิโดหยิบเครื่องมือมาทำการตรวจให้คนไข้ ขณะที่กำลังเดินไปหาที่เตียงอยู่นั้น….

“นายจะหลบทำไมเนี่ย ตรวจคอนิดเดียวไม่สึกหรอกน่า!!! โตขนาดนี้แล้วยังจะกลัวหมออีกเหรอ”
คุณหมอบ่นอุบเมื่อเห็นคนไข้เริ่มถอดกรูดออกห่างอัตโนมัติเหมือนลูกสุนัขกลัวโดนจับอาบน้ำ




ก็เป็นนายน่ะสิ.... ฉันถึงได้กลัว - -“


 


.

.


“อืม ก็มีแผลในปากอยู่สองสามที่” ก้มหน้าจดต่อ
“แต่เอ๊ะ.... นายเป็นผื่นที่หน้าด้วยเหรอ” ไม่ทักอย่างเดียวแต่ก็จับคางของกรอบหน้าสวยแล้วเพ่งดูวินิจฉัยโรคใกล้ๆ
“ว่าแต่ทำไมผื่นนี่มันแดงผิดปกติจัง”

“ก็นะ..... สงสัยแพ้แดดมั้ง ฉันต้องทำงานกลางแจ้งบ่อยๆน่ะ” คนตัวบางอธิบาย



ในใจก็คิด.... นี่นายแกล้งโง่รึเปล่า
เป็นหมอแท้ๆ ทำไมยังดูไม่ออกระหว่างผื่นแดงกับหน้าแดงด้วยเนี่ย!!!




“มีตามตัวด้วยด้วยแฮะ.....” เรียวพึมพำ เปลี่ยนเป้าหมายจากใบหน้าไปเป็นแขน ถลกแขนเสื้อยืดแขนยาวแผยให้เป็นรอยแดงเป็นปื้น

“โอเค เสร็จแล้ว.... เดี๋ยวฉันจะนัดวันให้นายมาตรวจร่างกายอีกที ก็ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะทั่วไป
เดี๋ยวจะออกบัตรนัดให้ รอสักครู่นะ”

“อืม”


เรียวเรียกพยาบาลสาว หยิบแฟ้มประวัติคนไข้ให้มอบหมายงานเดินเอกสารให้นิดหน่อย แล้วกลับมาคุยกับคนไข้อีกครั้ง


“ฉันจะเป็นอะไรมากมั้ย.....”

“ก็ต้องรอผลตรวจก่อนสิ”

“อืม”

“ของนายคงไม่เป็นอะไรมากหรอกมั้ง นายน่ะถึกจะตาย เมื่อก่อนออกจะบ้างาน บ้าลุยขนาดนั้น ใช่มั้ยคุณหัวหน้าห้อง”

“เออสิ... นิชิคิโดคุงจอมโดดเรียน ตอนนี้ไม่รู้ว่ามาเป็นหมอได้ยังไง”

รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของทั้งสองคน เสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะ
จากที่จะตะขิดตะขวงในคราแรกที่กลับมาเจอหน้ากันในรอบหลายปีนั้น ไม่รู้ว่าหายไปไหนหมด



“งั้นเราออกไปคุยกันข้างนอกต่อมั้ย?”


.

.

.

.




สวนสวยร่มรื่นภายในเขตพยาบาล M เต็มไปด้วยผู้ป่วยที่พักฟื้น ณ โรงพยาบาลแห่งนี้
เรียวและชิเงอากิเลือกที่จะนั่งคุยภายใต้ร่มเงาไม้ของต้นแปะก๊วยใบสีน้ำตาลเหลืองใกล้ร่วงโรยลงพื้นสนามเขียว



“แต่ฉันล่ะแปลกใจจริงๆนะ ว่าเรียวจะมาเป็นหมอได้น่ะ ดูไม่ค่อยเข้ากับนายเลย”

“ไม่รู้สิ... ฮ่ะๆ แต่ฉันใส่เสื้อกาวน์แล้วดูดีใช่มั้ยล่ะ”

“หลงตัวเองไม่เปลี่ยน”

“แล้วนายล่ะ... ตอนนี้ทำอะไรอยู่” เรียวถามคนข้างๆกลับบ้าง

“ตอนนี้ไม่ได้ทำอะไรเลย ที่บ้านบอกให้พักงานไว้ก่อนเพราะเขาบอกว่าช่วงหลังๆร่างกายฉันไม่ค่อยไหว
ทั้งๆที่ไม่ได้เจ็บหนักอะไรเลยนะ แต่ก่อนหน้านี้ฉันทำเกี่ยวกับพวกสังคมสงเคราะห์น่ะ ออกไปที่โน่นที่นี่ ได้ช่วยคนที่ลำบากกว่า มันเหนื่อยแต่ก็มีความสุขนะ” สีหน้าเศร้าในตอนแรกก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเมื่อได้พูในสิ่งที่รัก


“ก็มันความฝันของนายไม่ใช่เหรอ...”

“นายจำได้ด้วยเหรอเรียว”



............จำได้สิ จำได้ขึ้นใจเลย.......



ไหนๆก็เกิดมาเป็นคนทั้งที ก็ต้องช่วยเหลือคนอื่นสิ



...........ก็เพราะเมื่อก่อนนายพูดแบบนี้บ่อยๆ ไม่อย่างนั้นฉันก็คงไม่เป็นหมอหรอก.........



“ฉันจำได้หมดแหละ ทั้งเรื่องนายไปมีเรื่องกับพวกจิ๊กโก๋ประจำห้องเพราะต้องทวงเงินค่าทัศนศึกษา
เดินไม่ระวังจนกลิ้งตกบันได ข้าวกล่องหกหมดเลย ฮ่าๆๆๆๆ”

“เรื่องแบบนี้จำแม่นเชียวนะ”

“ให้ฉันเล่าให้ฟังอีกมั้ยล่ะ”

“ไม่ต้องแล้ว”



ทั้งสองคนพักยกเถียงกันชั่วขณะ เแหงนมองฟ้ากว้างสีส้มทองเรืองรองของยามเย็น
เรียวในชุดเสื้อกาวน์สีขาวตัดสินใจถามคำถามที่คาใจมานาน



“ทำไมเมื่อ 8 ปีก่อน จู่ๆนายก็ย้ายโรงเรียนล่ะ”

“ก็เจ้านายของพ่อมีคำสั่งให้พ่อฉันย้ายที่ทำงานไปฮอกไกโดน่ะ มันกะทันหันจริงๆ”

“แล้วทำไมไม่บอกฉันล่ะ”

“วันที่ฉันเรียนวันสุดท้ายก่อนย้ายน่ะ ก็นายโดดเรียนเองนี่”

“แล้วไม่ยอมบอกฉันก่อนหน้านั้น รู้มั้ยว่าเป็นห่วงแทบแย่ ไม่รู้ว่าจะไปซุ่มซ่ามหรือปล่อยไก่ที่ไหนอะไรยังไง
ที่อยู่เบอร์โทรอะไรก็ไม่ให้มาเลยสักอย่าง”

ชิเงอากิอึกอักพลันเลือดสูบฉีดขึ้นใบหน้า “ก..... ก็... นายมาทำแบบนั้นกับฉันทำไมล่ะ!!!!”





[color=dodgerblue]วันสุดท้ายตอนมัธยมปลายปีสองที่เรียวและชิเงอากิคุยกัน



“อ๊ะ.... ฝนตก!!!”

“แล้วนายจะยืนเซ่ออยู่ทำไมล่ะ มานี่!!!” มือใหญ่คว้ามือเรียวพาวิ่งเข้าหาที่ร่มที่ใกล้ที่สุดในขณะนั้น



สองมือของสองคนประสานกันไว้ไม่มีใครปล่อย แต่ก็ไม่มีสักฝ่ายที่จะขอให้หยุดการกระทำแบบนี้
แม้จะสวมเครื่องแบบไว้ แต่ลมเย็นและไอชื้นจากฝนก็ยังทะลุผ้าเนื้อดีเข้าไปให้หนาวเล่นถึงเนื้อกาย





ทว่ามือนั้นก็อบอุ่น..... และความอบอุ่นนั้นก็ส่งผ่านไปถึง “หัวใจ” เช่นกัน



ไม่รู้ว่าใช่ปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติหรือเปล่า กับ “เสียงตักตึก” ที่ระรัวอยู่ในอกน่ะ.....





“...ฝนตกตอนนี้เนี่ย ย....แย่เลยเนอะ” เสียงตะกุกตะกักของชิเงอากิแรกขึ้นมาทำลายความเงียบ
แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับอะไร คนหน้าหล่อจัดข้างกายก็ยังยืนนิ่งเงียบทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้


ไม่รู้ว่าลมมันแรงหรือฝนมันตกหรืออะไรยังไง เขาค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ร่างบาง แถมตาคู่คม จ้องชิเงอากิซะเขม็ง


ใกล้..... เกินไปแล้ว


จนกระทั่ง.....


พื้นที่ระหว่างสองใบหน้าไม่เหลือช่องว่างใดๆ ริมผีปากอิ่มโดนฉกฉวยจูบไปโดยคนตรงหน้า
จูบสั้นๆ แค่เสี้ยววินาที แค่กลีบปากสัมผัสเท่านั้น แต่ก็ได้ใจความชัดเจน ทำให้ผู้เสียหายตาเบิกโพลงไม่ใช่น้อย


“เรียว.... ทำแบบนี้ทำไม”

“ก็หน้านายมันอยู่ตรงหน้าฉันเอง ช่วยไม่ได้”



เพี้ยะ!!!!!!!!!!!



“แค่นี้เองเหรอ? จะใจร้ายไปหน่อยมั้ย?”
ทิ้งท้ายให้เรียวเพียงแค่นั้น แล้วก็ทิ้งให้ผู้ก่อเหตุหลบฝนอยู่คนเดียว




วันรุ่งขึ้น ชิเงอากิจึงหลบหน้าเรียวที่พยายามจะหาโอกาสขอโทษให้ได้
แต่โจทก์ก็ไม่ยอมความให้จำเลยเข้าใกล้เลยสักครั้ง

จนกระทั่ง... ชิเงอากิต้องมีอันย้ายโรงเรียนกะทันหัน แล้วก็ไม่ได้บอกเรียวถึงเรื่องนี้เลยซักคำ[color]



.

.

.




เป็นที่แน่นอนว่าเหตุการณ์นี้ก็ยังเป็นอันจั๊กจี้คาใจของคนทั้งคู่ คนไข้ที่เผลอขึ้นเสียงใส่นั้น
ส่งผลให้คุณหมอก็สูบฉีดเลือดบริเวณใบหน้าและพูดจาตะกุกตะกักเป็นเพื่อนด้วยคน......




โอกาสกลับมาอีกครั้งแล้ว......
จะบอกว่าชอบตอนนี้มันยังสายไปหรือเปล่า??



แต่ถ้าจู่ๆ ก็หายตัวไปแบบวันนั้นอีกล่ะ......???


กลัวว่าจะเสียใจอีกจนถึงทุกวันนี้น่ะสิ





“เรื่องแบบนี้ถ้าไม่ใช่ชิเงะที่โคตรจะงี่เง่าคนนี้ฉันจะทำแบบนี้มั้ยล่ะ!!!”

“ห๊ะ?!! เพราะฉันงี่เง่าเหรอ??” เจ้าของชื่อขมวดคิ้วเป็นเงื่อนพิรอดงงเป็นไก่ตาแตกไปแล้ว
อยู่ดีๆก็มาว่าซะเฉย แถมยังหาเท้าสาวความถึงความเป็นเหตุเป็นผลไม่ได้อีกต่างหาก




“ก็...... เพราะเป็นนายน่ะแหละ................. ฉัน......”
.

.

.

.

 



โปรดติดตามตอนต่อไป

Comment

Comment:

Tweet