[Fic] Roommate -Chapter 11- [Ryo x Shige x Kei]

posted on 07 Jan 2009 13:25 by makochin in Koyashige, Nishikato, Roommate

เอาไปลงไว้ที่พาดาวันตั้งแต่ปีที่แล้ว ลืมลงบล็อกตัวเองซะงั้น 555555 

ขอบคุณผีบล็อกทุกคนที่ยังแวะเวียนมาที่บล็อกฟิคนี้ด้วยนะคะ ไม่ได้แต่งฟิคเป็นเดือนๆแล้ว จะมีคนเข้ามาอ่านอยู่มั้ยเนี่ย - -"

 

 

 

Title :  Roommate

Chapter : 11

Cast : Ryo or Kei x Shige

Author : makochin

 

 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

 

ณ บ้านเทโกชิ บ้านสองชั้นสีครีมอ่อนขนาดไม่ใหญ่โตนักในเขตที่อยู่อาศัย

แต่มีพื้นที่พอสำหรับครอบครัวจำนวนสี่สมาชิกอยู่ได้สบายๆ แถมยังมีพื้นทีเพียงพอสำหรับจัดสวนสวยสีเขียวให้ผ่อนคลายอีกด้วย

 

 

ในเวลากลางวันแสกๆแบบนี้ มักจะไม่มีใครอยู่เฝ้าบ้านซักคน เพราะคุณแม่ที่เป็นหัวหน้าครอบครัวต้องออกไปทำงานนอกบ้าน และลูกชายสองคนต้องเดินทางไปเรียนมหาวิทยาลัย

 

 

 

 

แต่ช่วงหน้าร้อนวันนี้นี้จะพิเศษหน่อย เพราะมีลูกชายคนนึงช่วยเฝ้าบ้านให้

 

 

แถมยังพาแขกมาอยู่เป็นเพื่อนด้วยอีกคน..........

 

 

 

 

 

"อะ.... อ๊ะ...  อ๊า~"

 

"มิรุคุจังสุดยอดดดดดดดดด ฉันว่าซีรีส์นี้เจ๋งว่า 'หนูรักคุณครู' ที่ดูล่าสุดอีก"

 

"ใช่มั้ยล่ะๆ ฉันว่านี่ยังเด็กๆว่ะ มีช่วงนึงที่แกห่างหายจากวงการนี้ไป

มีเทปที่เด็ดกว่านี้เป็นกองอีก" ยามะพีอธิบายให้เพื่อนตัวเล็กกว่าที่จ้องโทรทัศน์ไม่วางตา

 

"จริงเหรอวะ... งั้นเดี๋ยวฉันมาดูที่บ้านแกอีกละกัน"

 

"แล้วทำไมไม่หอบไปดูที่บ้านแกเองล่ะ"

 

"บ้านฉันมีทีวีอยู่เครื่องเดียว แล้วก็......."

 

 

เห็นท่าทางเพื่อนรักหมองลงไปถนัด ส่ายหัวอย่างระอาใจ

ก่อนที่จะตบบ่าหนักๆสองสามที เขาเองก็ไม่เคยเห็นเรียวเป็นเอามากขนาดนี้มาก่อน

 

 

"นายเอาแต่หนีแล้วมันจะได้อะไร ความจริงก็เห็นอยู่ตำตา

ทำใจยอมรับมันไม่ดีกว่ารึไง? ทำตัวยังกะผู้หญิง...."

 

"ไม่รู้ว่ะ... "

 

"ถ้ารับไม่ได้แล้วทำไมต้องมาบ้านฉันเล่า... บ้านฉันไม่ใช่โรงทาน

ฉันล่ะกล้วจริงๆว่า...."

 

 

 

 

ปั้ง!!!!

 

 

 

"ฮั่นแน่!! เรียวคุงกับพี่โทโมะดูอะไรอีกแล้ว...."

 

"ดูกายวิภาคไว้สำหรับไปแกะสลักงานชิ้นใหม่อยู่.... เฮ้ย!! ยูยะ แกมาเปลี่ยนช่องฉันทำไมเนี่ย!!!!!"

 

 

 

คุณพี่ชายโวยวายใส่น้อง ที่จู่ๆก็ถือวิสาสะเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต(ทุกที)

แต่คุณน้องก็ไม่เคยสนใจคำโวยวายต่อว่า หันไปยิ้มหวานให้กับอีกคนที่นั่งอยาในห้องด้วย

 

 

"เรียวคุง วันนี้ไม่ไปมหาลัยเหรอ"

 

"อืม เดี๋ยวฉันไปๆ"

 

"งั้นเดี๋ยวออกไปพร้อมยูยะไหม เมื่อกี้อาจารย์โทรตามให้ไปช่วยงานอีกแล้ว"

 

"โอเคๆ จะไปก็บอกฉันละกัน" ตอบรับส่งๆไปอย่างนั้นแหละ

แต่สายตากำลังจดจ่ออยู่กับช่องโทรทัศน์ที่เพิ่งเปลี่ยนแทนหนังสุดสยิวเมื่อกี้แทน

 

 

 

 

 

"หน้าร้อนทั้งทียังจะมีพายุเข้าอีกแฮะ... ภาวะโลกร้อนจริงๆด้วย"

ยามะพีให้ความเห็นเกี่ยวกับรายงานการพยากรณ์อากาศ

ที่นักข่าวสาวสวยในจอกำลังยืนชี้แผนที่ประกอบคำบรรยายตัวเลขต่างๆ

 

"พี่โทโมะ สนใจข่าวสารรอบตัวเป็นด้วย??"

 

"ไม่กัดฉันซักวันนึงแกจะตายไหมยูยะ"

 

 

 

 

เรียวหัวเราะไปกับอากัปกิริยาของสองพี่น้องตาโตแก้มป่องคู่นี้

ถึงแม้ว่าท่าทางและคำพูดเหมือนจะไม่กินเส้นกันตลอดเวลา แต่หลังจากที่เขาได้พูดคุยกับผู้เป็นน้องเมื่อวันก่อน

 

 

 

..........จริงๆยูยะก็เป็นห่วงพี่ชายไม่ใช่น้อยๆเลย...........

 

 

 

ตาคมก็เหลือบมองเห็นนาฬิกาบนฝาผนังพอดี...

 

 

"ยามะพี ฉันไปก่อนล่ะ"

 

"อ๊ะๆ ยูยะไปด้วยๆ" ร่างเล็กลุกตามเรียวที่กำลังลุกขึ้นจากพื้นไม้มันเรียบสีอ่อนไปหยิบกระเป๋าตรงมุมห้อง

 

 

 

ยามะพีได้แต่มองเพื่อนตัวเล็กกับน้องชายเปิดประตูห้องจากไปเท่านั้น

ทิ้งถอนหายใจยาว แล้วสั่นศีรษะไปมากับภาพที่เห็นอย่างระอา

 

 

 

 

เมื่อไหร่นายจะเป็นคนเด็ดขาดเสียที.......

 

 

เล่นทำตัวแบบนี้ ใช่ว่านายจะเจ็บคนเดียวเสียหน่อย..........

 

 

 

 

 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

 

 

"เรียวคุง ตกลงจะไปเรียนต่อจริงๆเหรอ"

 

"เปล่าซักหน่อย!! ยังไม่รู้ผลเลยว่าจะได้ไปจริงรึเปล่า"

 

"แต่ยูยะไม่อยากให้เรียวคุงไปเลยจริงๆนะ..." ตาโตที่ฉายแววสดใสตลอดเวลา

ณ ขณะนี้เปลี่ยนเป็นประกายเศร้าแทน ช้อนขึ้นมองคนข้างๆอย่างอาลัยอาวรณ์

 

 

สายตาเชื่อมๆแบบนี้... นำไปใช้มองใครๆ ต่างก็หลงกลสยบแทบเท้าทุกรายทั้งนั้น

แต่ว่า............

 

 

"ฉันอยากลองทำอะไรจริงๆจังบ้างน่ะ ฉันน่ะปีสามแล้วนะ

แต่ยังไม่เคยนึกถึงว่าจะทำอะไรหลังเรียนจบเลย" เรียวตอบตามความคิดของตัวเองจริงๆ

 

 

ใช่แล้ว ได้เวลาที่เรียวควรจะคิดถึงตัวเองบ้างเสียที........

 

 

 

 

เห็นตาคมโศกมุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น ไม่ได้สนใจมาที่คนถามเลย

 

 

 

 

..........สักนิดเดียว........

 

 

 

 

กัดริมฝีปากเล็กด้านล่าง ก้มหน้าหลบสายตาที่ยิ่งเศร้าของตัวเองไม่ให้เรียวเห็น

แม้ตอนนี้เจ้าตัวจะไม่ได้หันมามองเลยสักนิดก็ตาม....

 

 

 

"งั้น... ถ้าเรียวคุงเลือกแบบนี้แล้วก็พยายามเข้านะ ยูยะเอาใจช่วย"

ตบบ่าคนตัวสูงกว่าสองสามทีเบาๆ ยิ้มแย้มร่าเริงแบบฉบับเทโกชิ ยูยะ

 

 

"อืม... ขอบคุณนะ"

 

 

 

บางทีเจ้าเด็กนี่อาจจะไม่ได้เลวร้ายไปเสียหมดก็ได้...... เรียวคิดเช่นนั้น

 

 

 

 

 

 

ทั้งสองคนแวะเข้าร้านเครื่องเขียนที่อยู่ตรงข้ามก่อนที่จะเดินเข้ามหาวิทยาลัยไป

ยูยะเลือกหยิบน้ำชากระป๋องพร้อมกับขนมขบเคี้ยวซักสองสามอย่าง

คนตัวเล็กเจ้าเล่ห์แอบเนียนวางใส่ตะกร้าพลาสติกที่เต็มไปด้วยหลอดสีและอุปกรณ์ต่างๆสำหรับทำงานประกวดของเรียวที่กำลังยืนจ่ายเงินตรงหน้าเคาเตอร์

 

พอเจ้าตัวจับได้ก็โวยวายเสียยกใหญ่ ทำท่าจะเคาะหัวไอ้เด็กตัวแสบนี้หลายรอบ

แต่ก็ยอมจ่ายเงินให้แต่โดยดี...

 

 

 

 

 

 

เรียวคงไม่รู้ภาพเหล่านี้ได้ลอดผ่านกระจกใสของร้านปรากฎแด่สายตาคนๆหนึ่ง

เจ้าของตากลมโตคู่นั้นได้แต่ปั้นหน้าบึ้งตึงไม่พอใจเงียบๆ ก่อนที่จะพูดอะไรบางอย่างกับคนตัวสูงข้างๆ

 

 

"พี่เคย์ ฉันว่าไปซื้อร้านอื่นดีกว่า...."

 

"แต่เราต้องรีบใช้ไม่ใช่เหรอ พวกโปรดักต์เขาเร่งมานะ??"

 

"เอาน่า!! ร้านอื่นก็ร้านอื่นเถอะ ตอนนี้คงหมดแล้วมั้ง"

 

"ก็ได้คร๊าบ... เริ่มเอาแต่ใจแล้วนะเราเนี่ย"

ทว่าก็ไม่ได้ถึงโกรธคำพูดที่เอาแต่ยึดตัวเองเป็นที่ตั้งของอีกคนเลยซักนิด

ว่าแล้วก็เดินออกไปซื้อที่ร้านอื่นตามคำสั่งโดยดี....

 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

 

วันนี้เรียวกางผ้าใบวาดรูปผืนใหญ่ไว้ตรงลานซีเมนต์ข้างตึกคณะใกล้ก๊อกน้ำ

นอกจะจะหยิบจับล้างอุปกรณ์ได้สะดวกแล้ว ก็ยังเปลี่ยนบรรยากาศเดิมๆด้วย

เผื่อจะได้แรงบันดาลใจอะไรใหม่ๆบ้าง....

 

 

 

 

 

......แต่ถึงตอนนี้ ก็ยังไม่ได้แรงบัลดาลใจใหม่ๆ ที่ต้องการเลยสักอย่างเดียว......

 

 

 

 

 

หยิบบุหรี่ที่ไปกดมาจากร้านตรงข้ามมหาลัยขึ้นมาต่อไฟพร้อมสูบ

อัดนิโคตินเข้าไปเต็มปอดประมาณสองมวน แต่อะไรๆก็ยังไม่ดีขึ้น....

 

 

 

 

"ขอถวายพระเพลิงนะครับ ไอ้ลิงกะหร่อง"

 

"ฉันยังไม่ตาย ไอ้อ้วน...." ร่างแกร่งสบถใส่เพื่อนร่างใหญ่ที่จะช่วยต่อไฟให้เขา

"ไม่ได้เจอกันตั้งนานแน่ะจิน หายหัวไปไหนมาวะ"

 

"คนมันยุ่งๆน่ะ ธุระมัดตัว แวะเวียนมาหานายไม่ได้"

 

"ไขมันกับความขี้เกียจมัดตัวน่ะสิ ถึงเดินไปไหนไม่ได้ซักที..."

 

"เจอกันทั้งทีก็พูดกันดีๆไม่ได้รึไงวะ ไอ้ลิงขี้ก้าง" จินตบหลังเพื่อนหนักๆสองสามที

"ว่าแต่แกกลับมาสูบบุหรี่ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ เลิกไปตั้งแต่ปีก่อนแล้วไม่ใช่เรอะ??"

 

"ไม่นานมานี้..." คนถูกถามตอบส่งๆก่อนที่มือของจินจะหยิบบุหรี่ที่คีบอยู่เอาไปสูบบ้าง

 

"งั้นเหรอ... ตอบเหมือนจะประชดรักใครสักคนอย่างั้นแหละ" พูดขึ้นมาลอยๆ

พลางพ่นควันออกจากปาก แต่จี้ใจดำอีกคนอย่างจัง

 

"จะมีใครให้ประชดอีกล่ะ... ฉันอยากจะสูบก็เรื่องของฉัน"

 

"เดี๋ยวชิเงะอะไรนั่นของนายเขาจะไม่ว่าเอาเรอะ"

 

 

"ช่างเขาสิ!!"

 

 

 

จินจึงวาดแขนใหญ่โอบไล่เพื่อนร่วมก๊วนแล้วเขย่าตัวไปมาราวกับปลอบเด็ก

 

 

"โอ๋ๆๆๆ อย่างอนสิจ๊ะ ทำตัวเป็นผู้หญิงไปได้ กะอีแค่คนๆเดียว

ทำแกเป็นเอามากขนาดนี้ เดี๋ยวพี่จินปลอบใจให้ คืนนี้ไปแฮงค์กันไหม??"

 

"มึงจะไปจีบสาวคนไหนก็เชิญมึงเหอะ กูขยะแขยง"

 

"แหม่ๆ ฉันล้อเล่นหน่อยเดียวเอง ทำจริงจังไปได้" ขำกับหน้าตาเจื่อนๆเหมือนลูกหมาหางตกของเพื่อน

"ฉันได้ยินจากไอ้พีหมดแล้วแหละว่าเรื่องเป็นยังไง...."

 

 

 

"เหรอ....." เรียวมองค้อนขวับ ข่าวเร็วจริงๆนะ เพื่อนกู....

โดยเฉพาะไอ้เรื่องอกหักรักคุดยิ่งแพร่กระจายเร็วสุดๆ ให้ตายสิ....

 

 

 

"เออสิ... เอาเป็นว่าแกก็ตั้งใจวาดให้ดีๆก็ละกัน จะได้ไปอิตาลีได้สมใจอยาก

อย่าลืมหิ้วสาวสวยๆมาฝากด้วยล่ะ ฮ่าๆๆๆๆ ฉันไปล่ะ"

 

"จะรีบไปไหนก็เรื่องของแกเลย!!!"

 

"แน่นอน... ต้องรีบไปสิวะ

ก่อนไอ้เจ้าหมีดำจะมาหักหน้าหล่อๆของฉันต่อหน้าคาเมะจัง!!!"

 

 

 

ดูไอ้อ้วนหลงตัวที่ว่าเดินกลับไป นานๆจะได้เจอเพื่อนคนนี้เสียที ที่ไหนได้

มาถึงก็ประเคนวาจาสุนัขใส่เป็นชุดเหมือนเคย แถมยังไม่มีคำพูดดีๆ หรือให้กำลังใจสักนิดอีก

 

 

 

 

ก่อนที่จะจุดบุหรี่ขึ้นสูบอีกมวนจำกัดความเครียดให้พ้นๆไป แล้วเริ่มปาดสีบนผืนผ้าต่อแบบไร้จุดหมาย........

 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

 

"ชิเงะจัง... ถ่อมาซื้อตั้งไกลแน่ะ... ของก็ไม่ใช่น้อยๆด้วยนะนั่น"

 

"เห็นมั้ยบอกแล้วว่าร้านนี้มันถูกกว่า"

 

"มันถูกกว่าน่ะใช่ แต่ต้องเหมาเป็นโหล มันจะใช้เยอะขนาดนั้นเชียวเหรอ" คนตัวสูงหิ้วถุงพลาสติดอัดแน่นไปด้วยกระป๋องกาวประเภทต่างๆ ขวดสเปรย์ และอีกสารพัดของหนักเต้มสองมือบ่นไม่หยุด

 

"เอาน่า... อย่าบ่นไปหน่อยเลย ได้ของถูกๆมาก็ดีแล้ว"

 

"ว่าพี่ขี้บ่นอยู่นั่นแหละ... ติดนิสัยนี้มาจากใครก็ไม่รู้..."

 

 

 

 

ชิเงอากิจึงมองค้อนให้วงใหญ่ๆ จนคนได้รับมอบกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่

ไม่ติดว่ามือทั้งสองข้างหิ้วถุงอยู่ละก็... จะเคาะมะเหงกคนตัวสูงชะลูดให้หงายไปเลย

 

 

 

เดี๋ยวนี้ชักจะได้ใจใหญ่ ก็เล่นแกล้งเอาๆอยู่เรื่อย......

 

 

 

 

เดินไปเรื่อยๆจนถึงสโมสรของคณะ หลังจากเอาของที่ไปซื้อมาไปแจกจ่ายตามคนที่สั่งแล้ว

ทั้งคู่ก็แยกย้ายไปตามงานตามหน้าที่ที่กำหนดไว้ ชิเงอากิจัดการลงบัญชีรายจ่ายและแยกเอกสารให้เป็นหมวดหมู่

ส่วนด้านโคยาม่าวิ่งโร่ไปช่วยฝ่ายโน่นฝ่ายนี่บ้าง ประสานงานตามคำไหว้วานให้

 

 


ระหว่างร่างบางกำลังก้มหน้าสาละวนกับกองเอกสารเต็มโต๊ะใหญ่กลางห้องสโมสรอยู่นั้น




“ชิเงะจัง เดี๋ยวพี่กลับก่อนนะ ขอโทษจริงๆ
พอดีที่บ้านโทรมาบอกว่ามีญาติมาเยี่ยมกะทันหันน่ะ เลี่ยงไม่ได้เสียด้วย”

“งั้นเหรอ... พี่รีบไปดีกว่า เดี๋ยวที่บ้านจะรอนาน”
ใบหน้าหวานเงยหน้าหันมายิ้มให้คนรัก

“พี่ขอโทษจริงๆนะ” โคยาม่าก้มโค้งขอโทษพร้อมพนกปะหลกๆ

“ไม่เป็นไรหรอก ฝนจะตกแล้ว เดี๋ยวกลับบ้านไม่ได้นะ”

ดวงตาคู่คมรีจึงมองลอดผ่ายบานกระจกมองดูเมฆครึ้มเทาที่ล่องลอยแทนท้องฟ้าแสนสวยสีคราม

“ยังไงพี่ว่าเราห่วงตัวเองก่อนดีไหม รีบทำๆให้เสร็จนะ
เดี๋ยวตัวเปียกเป็นหวัดก็ไม่รู้ด้วยหรอก” น้ำเสียงระคนความห่วงใยดังขึ้น
มือใหญ่หยิกแก้มนิ่มดึงไปมาด้วยความหมั่นเขี้ยว เป็นห่วงเสียจริงเลยคนๆนี้



.

.

.






หลังจากที่โคยาม่ากลับไปแล้ว ชิเงอากิก็ยังหนีไม่พ้นกองเอกสารเหล่านี้ที่รู้สึกว่ายิ่งทำยิ่งไม่มีวันสิ้นสุดเสียที จนกระทั้งได้ยินเสียงคุ้นหูดังขึ้นทำลายสมาธิ...



“คุณชิเงอากิคร๊าบบ~~”

“มีอะไรอีกล่ะไอ้หมี??”

“โธ่~ กระพ้มอุตส่าห์พูดสุภาพเชียว... ยังจะใจร้ายมองจิกผมอีก”
คุซาโนะหรือเจ้าหมีที่ชิเงอากิเรียกเมื่อกี้ แอบแซวเจ้าของสายตาฉายแววหงุดหงิดที่พุ่งทิ่มตรงมายังตน

“ก็นั่นแหละ นายพูดแบบนี้แปลว่าจะยืมเงินฉันอีกใช่มั้ยล่ะ??”

“ถูกต้องนะคร้าบ~~” ชี้นิ้วเลียนแบบคุณปัญญาพิธีกรรายการเกมโชว์ชื่อดัง ก่อนจะเข้าไปกอดคอแบบอ้อนๆ
“ฉันลืมเอากระเป๋าตังค์มาอ่ะ... ซักพันเยนก็พอ นะๆๆๆ”


คนถูกกอดส่ายศีรษะระอา เอากระเป๋าตังค์จากกางเกงที่สวมอยู่แล้วเปิดหยิบธนบัตรสีหมองให้จำนวนหนึ่งใบ

“เอามาคืนด้วยล่ะ ฉันเองก็ไม่ค่อยมีจะกินเหมือนกัน”

“ขอบคุณนะครับคุณชิเงอากิ ถ้าไม่พอก็ให้คุณแฟนแสนดีเลี้ยงสิ ฮ่าๆๆๆ”



ชิเงอากิทำได้แค่เพียงมองคุซาโนะเดินจากไปแบบโมโหนิดหน่อย ก่อนที่จะเช็คจำนวนเงินที่เหลืออยู่ในกระเป๋าตัวเอง นับธนบัตรที่เหลือว่ามีเหลืออยู่เท่าไหร่ บัตรต่างๆว่าหายไปหรือไม่





และแล้วตากลมโตคู่หวานก็เบิกโพลงอย่างขีดสุด เมื่อพบว่ามีบางสิ่งได้หายไปจากกระเป๋า....



“แย่แล้ว... เครื่องรางหาย...”



มือเรียวพลิกดูช่องต่างๆ ทั้งเล็กและใหญ่ กวาดสายตาไปจนทั่ว
เครื่องรางสองอันที่คนสำคัญทั้งสองคนมอบให้เพื่อเป็นกำลังใจ จนตอนนี้ก็ยังพกติดตัวอยู่

ถุงผ้าไหมขนาดเล็กเย็บอย่างประณีตสองถุง ใบหนึ่งสีแดงสด ใบหนึ่งสีน้ำเงินเข้ม
แม้จะเป็นเครื่องรางเหมือนกัน ซื้อจากศาลเจ้าเดียวกัน สำหรับให้กำลังใจเหมือนกัน
แต่ก็ใช้คนละจุดประสงค์....




ขณะนี้มีเพียงใบสีแดงที่โคยาม่าผู้เป็นคนรักมอบให้ไว้นั้น นอนแน่นิ่งอยู่ในช่องใส่ธนบัตร


ส่วนอีกอันที่ต่างสี ต่างจุดประสงค์ ต่างคนมอบให้ กลับไม่อยู่ด้วยกันเสียนี่!!!




ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมาก เพราะร่างกายเป็นไปโดยอัตโนมัติ ชิเงอากิลุกขึ้นจากเก้าอี้
วิ่งย้อนไปตามเส้นทางที่เดินเข้ามา ออกจากประตูมหาลัย สายตาจดจ่อมองหาเพียงเจ้าถุงใบน้อยสีน้ำเงินเท่านั้น



ไม่ได้แหงนมองด้านบนเลยว่า ท้องฟ้าครื้มเทาทะมึนเมื่อสักครู่
แปรเปลี่ยนเป็นน้ำฝนปรอยๆ จนทวีหนักแทบจะมองไม่เห็นเส้นทางข้างหน้าเสียแล้ว

.

.

.

.

To be Continue



 

 

 

Comment

Comment:

Tweet